เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ออกประกาศเตือนเหตุฉุกเฉินถึงประชาชนในพื้นที่ อำเภอเมืองกาญจนบุรี ให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วม หลังจากที่เขื่อนท่าทุ่งนาได้ปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำจากเดิมวันละ 35 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 40 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 463 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยมีผลเริ่มตั้งแต่เที่ยงคืนของคืนนี้
มวลน้ำจากลำตะเพินกดระดับแม่น้ำ
รายงานของ ปภ. ระบุว่า นอกจากการเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนท่าทุ่งนาแล้ว ยังมีมวลน้ำจาก ห้วยลำตะเพิน ไหลมารวมลงสู่แม่น้ำแควใหญ่ ทำให้คาดการณ์ได้ว่าระดับน้ำในแม่น้ำแควใหญ่จะเพิ่มขึ้นจากสภาพปัจจุบัน ประมาณ 0.5–1.0 เมตร ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำริมน้ำมีความเสี่ยงจมน้ำและได้รับผลกระทบ
คำเตือนฉบับดังกล่าวสื่อสารถึงความจำเป็นที่ประชาชนและผู้ประกอบการต้องเร่งดำเนินมาตรการป้องกันความเสียหาย เช่น การยกสิ่งของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถยนต์ไปยังพื้นที่ปลอดภัย และจัดเก็บเอกสารสำคัญไว้ในที่ปลอดภัย พร้อมทั้งระมัดระวังเหตุไฟฟ้าดูดในกรณีที่น้ำท่วมถึงแหล่งจ่ายไฟ
คำแนะนำปฏิบัติสำหรับประชาชน
- ย้ายทรัพย์สินมีค่าและเอกสารสำคัญขึ้นที่สูงหรือเข้าเก็บในที่ปลอดภัย
- เคลื่อนย้ายรถยนต์ออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ
- เฝ้าระวังไฟฟ้าดูด หากน้ำท่วมถึงบริเวณที่มีแหล่งจ่ายไฟ ให้ตัดวงจรไฟฟ้าเมื่อจำเป็น
- ตรวจสอบและยึดโยงแพให้มั่นคงแข็งแรง และกำจัดวัชพืชหรือเศษขยะที่อาจกีดขวางแพ
- ดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และเด็ก ให้เคลื่อนย้ายไปยังที่ปลอดภัย
นอกจากคำแนะนำด้านความปลอดภัยส่วนบุคคลแล้ว ปภ. ได้ประสานกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ได้แก่ AIS, True และ NT เพื่อส่งข้อความแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast ถึงผู้ใช้โทรศัพท์ในพื้นที่เพื่อให้รับทราบสถานการณ์อย่างรวดเร็ว
ช่องทางแจ้งเหตุและการประสานช่วยเหลือ
ปภ. ระบุช่องทางการขอความช่วยเหลือและแจ้งเหตุว่า ประชาชนสามารถเพิ่มเพื่อนในไลน์ที่ @1784DDPM หรือใช้แอพพลิเคชันไลน์ในชื่อบัญชี “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” รวมทั้งโทรสายด่วนนิรภัยของ ปภ. หมายเลข 1784 ซึ่งให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
การจัดการน้ำจากเขื่อนหลักในลุ่มน้ำ
ในวันเดียวกัน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รายงานว่า ทั้ง เขื่อนศรีนครินทร์ และ เขื่อนวชิราลงกรณ ต้องปรับแผนการระบายน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณฝนและสภาพน้ำที่ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ โดยเฉพาะเขื่อนศรีนครินทร์ซึ่งมีระดับน้ำกักเก็บสูงและยังคงมีน้ำไหลเข้าสู่อ่างอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องทยอยเพิ่มการระบายเพื่อรักษาความมั่นคงของเขื่อนและบริหารพื้นที่รองรับน้ำสำหรับฝนที่จะตกในระยะถัดไป
| เขื่อน / วันที่ | 20 ต.ค. – 22 ต.ค. 2569 | 23 ต.ค. – 25 ต.ค. 2569 |
|---|---|---|
| เขื่อนศรีนครินทร์ (ผ่านเขื่อนท่าทุ่งนา) | ระบายน้ำวันละ 40 ล้าน ลบ.ม. | ระบายน้ำวันละ 35 ล้าน ลบ.ม. |
| เขื่อนวชิราลงกรณ | วันที่ 20 ต.ค. ระบายน้ำวันละ 10 ล้าน ลบ.ม. | วันที่ 21–25 ต.ค. ระบายน้ำวันละ 15 ล้าน ลบ.ม. |
การเปลี่ยนแปลงแผนระบายน้ำดังกล่าวมีผลโดยตรงต่อปริมาณน้ำที่ไหลลงแม่น้ำแควใหญ่และพื้นที่ท้ายเขื่อน ซึ่งหน่วยงานท้องถิ่นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และแจ้งเตือนประชาชนทันทีหากมีการเปลี่ยนแปลงแผนหรือระดับน้ำมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
สำหรับชาวบ้านที่อาศัยตามริมน้ำและผู้ประกอบการที่ใช้แพเป็นยานพาหนะหรือสถานประกอบการ ให้ยึดแพหรือสิ่งปลูกสร้างลอยน้ำให้มั่นคง และทำเครื่องหมายระดับน้ำเพื่อสังเกตการเปลี่ยนแปลง หากพบการแตกร้าวของตลิ่งหรือสัญญาณภัยพิบัติ ให้รีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที
การเตรียมความพร้อมและการปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินในช่วงสถานการณ์น้ำหลากนี้ ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างต่อเนื่องจาก ปภ. และหน่วยงานท้องถิ่น