เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ.2569 หน่วยปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉินทางอากาศประสานกับกองบินตำรวจ ดำเนินภารกิจลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินจากพื้นที่ห่างไกลในจังหวัดกาญจนบุรีไปยังหน่วยรับต่อ โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ประเภท Bell 429 สนับสนุนการปฏิบัติการ ซึ่งเป็นการสาธิตการบูรณาการระหว่างหน่วยแพทย์และอากาศยานในภารกิจช่วยชีวิต
รายละเอียดเหตุการณ์และสภาพผู้ป่วย
ผู้ป่วยเป็นเด็กชายวัย 3 ปี ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ส่งผลให้มีอาการบาดเจ็บบริเวณต้นขา สงสัยกระดูกต้นขาหัก และมีแผลถลอกบริเวณศีรษะ ญาติให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าเด็กมีภาวะปัสสาวะไม่ออกตั้งแต่คืนก่อนหน้านั้นจนถึงเช้าวันที่ขอความช่วยเหลือ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับการดูแลด้วยการแพทย์พื้นบ้านในพื้นที่ที่ยังเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้ยาก
การประสานงานและภารกิจทางอากาศ
ทีมปฏิบัติการจาก CNHEMS โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยแพทย์หลักสำหรับภารกิจนี้ โดยร่วมปฏิบัติกับทีมอากาศยานของกองบินตำรวจ จุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกลและลดระยะเวลาการส่งต่อ
"CNHEMS Sky Doctor | 1st Primary Mission กับอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินทางอากาศของ CNHEMS"
ภารกิจเริ่มออกเดินทางจากกองบินตำรวจ ท่าแร้ง กรุงเทพมหานคร และปฏิบัติการจบภารกิจด้วยการส่งผู้ป่วยให้ทีมรับช่วงปลอดภัยก่อนจะเดินทางกลับถึงฐานในวันเดียวกัน
ตารางเวลาปฏิบัติการ
| เวลา (น.) | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 14.00 | ออกจากกองบินตำรวจ ท่าแร้ง กรุงเทพมหานคร |
| 16.54 | ถึงจุดรับผู้ป่วยในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี |
| 17.45 | ออกเดินทางพร้อมผู้ป่วย |
| 18.40 | ถึงจุดส่งต่อและส่งมอบผู้ป่วยเรียบร้อย |
| 20.00 | กลับถึงกองบินตำรวจโดยสวัสดิภาพ |
ผู้ปฏิบัติและหน่วยสนับสนุน
ทีมแพทย์ที่ลงพื้นที่ประกอบด้วย ผศ.นพ.สิทธิโชค ลีลาอมรสิน, นพ.ชาวิน ตรีกาญจนานันท์ และ ฉพ.อับดุลวาเฮด เหมสงวน ส่วนทีมอากาศยานที่ปฏิบัติการกับกองบินตำรวจมีชื่อบุคลากรที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้บังคับและร่วมปฏิบัติการ โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ Bell 429 เป็นยานพาหนะหลัก
- ศูนย์สั่งการการแพทย์ฉุกเฉิน 1669
- องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี
- สาธารณสุขชุมชนบ้านจะแกและบ้านปางสนุก
- โรงพยาบาลสังขละบุรี และโรงพยาบาลเจ้าคุณไพบูลย์พนมทวน
- ศูนย์นเรนทรและสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
หน่วยงานต่างๆ เหล่านี้ให้การสนับสนุนทั้งด้านการประสานงานในพื้นที่ การจัดเตรียมผู้รับช่วง และการอำนวยความสะดวกด้านลอจิสติกส์ ส่งผลให้ภารกิจสามารถดำเนินไปได้โดยลำดับขั้นตอนและปิดภารกิจด้วยผลที่ต้องการ
ความหมายเชิงระบบและผลกระทบท้องถิ่น
ภารกิจนี้ตอกย้ำความจำเป็นของระบบแพทย์ฉุกเฉินทางอากาศในการรองรับผู้ป่วยจากพื้นที่ทุรกันดารของจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีทั้งพื้นที่ป่าและชุมชนห่างไกลที่การเดินทางทางถนนอาจต้องใช้เวลานาน การผนึกกำลังระหว่างโรงพยาบาลที่เป็นศูนย์กลาง ทีมปฏิบัติการทางอากาศ และหน่วยงานท้องถิ่น ช่วยลดช่องว่างการเข้าถึงการรักษาเฉพาะหน้าและเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วย
แม้ภารกิจครั้งนี้จะสิ้นสุดด้วยการส่งต่อผู้ป่วยอย่างปลอดภัย แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนว่าควรเร่งพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินพื้นฐานในชุมชน เพิ่มการฝึกอบรมบุคลากร และพัฒนากระบวนการประสานงานให้รวดเร็วขึ้น เพื่อลดความจำเป็นในการลำเลียงทางอากาศแต่ละครั้งซึ่งมีต้นทุนสูงและต้องพึ่งพาทรัพยากรเฉพาะด้าน
สำหรับประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ห่างไกล ควรทราบช่องทางการติดต่อฉุกเฉิน เช่น เบอร์ศูนย์สั่งการการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 และข้อมูลหน่วยสาธารณสุขชุมชนในพื้นที่ เพื่อให้การร้องขอความช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ภารกิจลำเลียงผู้ป่วยครั้งนี้จบลงด้วยผลลัพธ์ที่ดี ทั้งในเรื่องความร่วมมือของหลายหน่วยงานและความปลอดภัยของทีมปฏิบัติการ แต่ประสบการณ์ดังกล่าวยังชวนให้ย้อนมองการเตรียมความพร้อมของระบบสุขภาพระดับพื้นที่ เพื่อให้เสียงเรียกร้องจากผืนป่าไม่สูญเปล่าเมื่อชีวิตคนเป็นเดิมพัน