วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ที่ตลาดหัวปลี จังหวัดสระบุรี มีการจัดกิจกรรมสาธารณะภายใต้หัวข้อ “พลิกวิกฤตฝุ่น ด้วยนวัตกรรม พลังชุมชนและประกันภัย สู่ลมหายที่ยั่งยืน” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ภาคอุตสาหกรรมประกันภัย จังหวัดสระบุรี และโครงการชุมชนพิทักษ์ป่า ที่มีเป้าหมายขับเคลื่อนการแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ PM2.5 ในเชิงพื้นที่
เชื่อมโยงบทบาทภาคธุรกิจกับการจัดการสิ่งแวดล้อม
การเลือกจังหวัดสระบุรีเป็นพื้นที่นำร่องดำเนินการสอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจของพื้นที่ โดยระบุข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ประจำปี พ.ศ. 2567 ว่ามีมูลค่ารวม 252,149 ล้านบาท และภาคการผลิตอุตสาหกรรมมีสัดส่วนสูงถึง 63.5 เปอร์เซ็นต์ ของเศรษฐกิจจังหวัด ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจมีความเกี่ยวเนื่องกับความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม การแก้ปัญหาฝุ่นจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และชุมชน
เป้าหมายงานและแนวทางปฏิบัติ
กิจกรรมครั้งนี้มุ่งเน้นการยกระดับการจัดการความเสี่ยงเชิงป้องกัน ลดแหล่งกำเนิดมลพิษ และสร้างความตระหนักรู้ให้กับชุมชน เพื่อให้เกิดการลงมือปฏิบัติจริงในพื้นที่ ทั้งในด้านความรู้ การเฝ้าระวัง และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
“การดำเนินงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงจากมลพิษทางอากาศ ประจำปี 2569 … การแก้ปัญหาจึงต้องดำเนินควบคู่กันทั้งการลดแหล่งกำเนิดมลพิษ การป้องกันภัย และการเสริมสร้างความพร้อมให้ชุมชนสามารถรับมือกับความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
คำกล่าวนี้สะท้อนทิศทางการทำงานของ คปภ. ที่ต้องการให้ภาคอุตสาหกรรมไม่เพียงแต่บริหารความเสี่ยงด้านประกันภัยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนรอบพื้นที่ประกอบกิจการ
ผลกระทบต่อชุมชนและความจำเป็นด้านการป้องกัน
ปัญหาฝุ่น PM2.5 ไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวพันกับความเสี่ยงต่อทรัพย์สิน รายได้ และคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ โดยเฉพาะชุมชนที่อาศัยใกล้เขตอุตสาหกรรมหรือพื้นที่เกษตรที่อาจมีการเผาเป็นประจำ การวางมาตรการเชิงป้องกันและการสร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชนจึงเป็นสิ่งจำเป็น
แนวทางที่ถูกหยิบยกขึ้นมาร่วมขับเคลื่อนในงานประกอบด้วยการให้ความรู้แบบลงพื้นที่ การร่วมกันลดแหล่งกำเนิดมลพิษ และการกระตุ้นให้ภาคธุรกิจนำแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมมาปรับใช้ควบคู่กับการผลิต
- ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างองค์กรธุรกิจและชุมชนในการจัดการมลพิษ
- พัฒนากิจกรรมเชิงรุกเพื่อลดแหล่งกำเนิดฝุ่นตั้งแต่ต้นทาง
- เสริมสร้างความสามารถของชุมชนในการเฝ้าระวังและตอบโต้เหตุการณ์คุณภาพอากาศเลวร้าย
ตัวเลขเศรษฐกิจและน้ำหนักของภาคอุตสาหกรรม
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ต่อไปนี้เป็นสรุปตัวเลขที่เกี่ยวข้องซึ่งถูกอ้างอิงในการขับเคลื่อนนโยบายในพื้นที่
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| มูลค่า GPP จังหวัดสระบุรี (พ.ศ. 2567) | 252,149 ล้านบาท |
| สัดส่วนภาคอุตสาหกรรมของเศรษฐกิจจังหวัด | 63.5% |
ตัวเลขดังกล่าวตอกย้ำว่าการดำเนินมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมจะต้องสอดคล้องกับการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการจ้างงานในจังหวัด
สิ่งที่ชุมชนควรรับรู้และปฏิบัติ
สำหรับประชาชนในจังหวัดสระบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง ควรติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรับพฤติกรรมที่เป็นการสร้างมลพิษ เช่น การเผาในที่โล่ง และเข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ที่จัดโดยชุมชนหรือหน่วยงานเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยด้านสุขภาพ นอกจากนี้การร่วมมือกับภาคธุรกิจท้องถิ่นในการลดแหล่งกำเนิดฝุ่นจะช่วยลดผลกระทบในระยะยาว
การรวมพลังระหว่างภาคประกัน ภาคธุรกิจ และชุมชนที่เห็นผลได้จริงจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการจัดการปัญหาที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงกับมิติด้านเศรษฐกิจและสังคม หากดำเนินการต่อเนื่องและมีการติดตามผลชัดเจน โมเดล Saraburi Sandbox อาจเป็นต้นแบบการขยายผลไปยังพื้นที่อื่นต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดสระบุรี