เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2569 สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประสานงานร่วมกับหน่วยงานตำรวจท่องเที่ยว นำโดย พ.ต.ท.ศุภรภัจ ศิลปะศร ออกปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวในพื้นที่แหล่งมรดกโลกและจุดเช็กอินสำคัญ โดยมีการนำรถปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว Mobile CCOC มาจอดเพื่อให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในบริเวณวัดไชยวัฒนาราม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
การบูรณาการเพื่อความปลอดภัย
ผู้อำนวยการ ททท.พระนครศรีอยุธยา ระบุว่าหน่วยงานได้ร่วมมือกับตำรวจท่องเที่ยวในการประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้แก่ผู้มาเยือนว่าแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในจังหวัดยังคงเปิดให้บริการตามปกติและพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม โดยได้กระจายจุดให้บริการของ Mobile CCOC ไปยังสถานที่สำคัญหลายแห่ง อาทิ วัดไชยวัฒนาราม วัดใหญ่ชัยมงคล วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ และพระราชวังโบราณบางจุด เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างทั่วถึง
เทคโนโลยีเสริมการตรวจตรา
ด้าน พ.ต.ท.ศุภรภัจ อธิบายถึงมาตรการด้านการข่าวและการตรวจตราว่า ขณะนี้มีการนำรถ Mobile CCOC มาใช้ควบคู่กับการปฏิบัติหน้าที่ของสายตรวจพื้นฐาน พร้อมระบบกล้องและโดรนที่ผสานการทำงานกับเทคโนโลยี AI ซึ่งช่วยในการตรวจจับบุคคลที่เป็นเป้าหมายหรือผู้ที่อาจก่อเหตุได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการติดตั้งกล้องเพิ่มเติมตามจุดเสี่ยงเพื่อขยายมุมมองการสังเกตการณ์
“นักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวชมได้ปกติ”
นอกจากการตรวจจับบุคคล ผู้ปฏิบัติงานยังใช้ระบบสแกนคิวอาร์โค้ดบนรถปฏิบัติการเพื่อให้ประชาชนส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ทำให้การตอบสนองของหน่วยงานเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การรองรับ "คนทั้งมวล" และการท่องเที่ยวชุมชน
การเตรียมความพร้อมไม่ได้จำกัดเพียงเรื่องความปลอดภัย แต่ททท.จังหวัดยังให้ความสำคัญกับการสร้างความพร้อมด้านการเข้าถึงสำหรับผู้สูงอายุและคนพิการ โดยรายงานว่าร้านอาหารริมน้ำและที่พักหลายแห่งได้ปรับสภาพแวดล้อมเพื่อรองรับผู้ใช้เก้าอี้รถเข็นและผู้มีปัญหาการมองเห็น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดการท่องเที่ยวแบบครอบคลุม (inclusive tourism)
ขณะเดียวกัน ททท.ได้วางแผนส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชนและเมืองรอง เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวไปยังพื้นที่ต่างๆ ลดความหนาแน่นที่จุดท่องเที่ยวหลัก และส่งเสริมรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น
ข้อมูลเชิงปฏิบัติสำหรับผู้มาก่อนเที่ยว
- จุดบริการ Mobile CCOC จะสลับหมุนเวียนจอดในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวหลัก
- นักท่องเที่ยวสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดบนรถปฏิบัติการเพื่อขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน
- สถานประกอบการที่พักและร้านอาหารหลายแห่งได้ปรับทางเข้ารองรับผู้ใช้วิลแชร์และผู้มีความบกพร่องทางการมองเห็น
การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าประสงค์ชัดเจนทั้งในเชิงการสร้างความเชื่อมั่นและการยกระดับมาตรฐานการดูแลนักท่องเที่ยวตามนโยบายของหน่วยงานต้นสังกัด โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับความคาดหวังของการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลลอยกระทงที่กำลังจะมาถึง ซึ่งคาดว่าจะมีผู้มาเยือนเพิ่มขึ้น
สำหรับผู้ที่วางแผนเดินทางมายังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ควรติดตามประกาศจราจรและข้อแนะนำจากหน่วยงานท้องถิ่นล่วงหน้า และใช้เส้นทางหลักที่มีการอำนวยความสะดวก เช่น ทางหลวงหมายเลขเอเชีย และทางหลวงหมายเลข 347 ที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าสามารถใช้ได้อย่างสะดวกในช่วงนี้
| หัวข้อ | มาตรการ/ข้อมูล |
|---|---|
| อุปกรณ์ตรวจตรา | Mobile CCOC, โดรน, กล้อง AI |
| จุดให้บริการ | วัดไชยวัฒนาราม, วัดใหญ่ชัยมงคล, วัดมหาธาตุ, วัดราชบูรณะ, พระราชวังโบราณ |
| การรองรับพิเศษ | สถานประกอบการปรับทางเข้าสำหรับวิลแชร์และผู้มีปัญหาการมองเห็น |
การผสานทรัพยากรของหน่วยงานท้องถิ่นและตำรวจท่องเที่ยวเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของอยุธยาในปีนี้ ขณะที่การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพในการป้องกันและตอบโต้เหตุการณ์ จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้มาเยือนทั้งในประเทศและต่างประเทศ