เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย เปิดเผยภาพรวมการฟื้นตัวของการเดินทางเข้าสู่เมืองท่องเที่ยวสำคัญของไทย โดยชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่างสถานการณ์ที่สนามบินภูเก็ตกับสนามบินกระบี่ ซึ่งส่งสัญญาณเตือนถึงธุรกิจโรงแรมในพื้นที่
การเชื่อมต่อทางอากาศฉีกขาด กระทบกระบี่หนัก
ข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ณ วันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2569 แสดงให้เห็นว่า แม้ภาพรวมเที่ยวบินเข้าไทยในไตรมาสสุดท้ายจะขยายตัว แต่การกระจายตัวของเที่ยวบินระหว่างเมืองท่องเที่ยวยังไม่เท่าเทียม โดยเฉพาะจังหวัดกระบี่ที่ได้รับผลกระทบจากการลดลงของ เที่ยวบินตรง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อจำนวนผู้โดยสารที่เข้ามาโดยตรงสู่จังหวัด
ในขณะที่ภูเก็ตยังรักษาการเชื่อมต่อกับตลาดตะวันออกกลางได้ค่อนข้างดี จำนวนเที่ยวบินจากภูมิภาคดังกล่าวเพิ่มขึ้นมาก แต่กลับพบว่าอัตราการเติบโตของผู้โดยสารยังมีเพียงเล็กน้อย สะท้อนปัญหาเรื่องการเติมที่นั่ง (load factor) และพฤติกรรมการเดินทางที่อาจเปลี่ยนไป
“ประเด็นที่น่าติดตามคือ การลดลงของเที่ยวบินตรงสู่กระบี่ และความสามารถในการรักษาผู้โดยสารของเส้นทางบินจากตะวันออกกลางในช่วงไฮซีซั่นนี้ที่กำลังจะมาถึง โดยเฉพาะการฟื้นฟูการเชื่อมต่อทางอากาศและผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรมในพื้นที่จะเป็นอย่างไรต่อไป”
แรงกดดันจากการแข่งขันของเส้นทางบินภูมิภาค
นายเทียนประสิทธิ์ระบุว่า ถึงแม้จำนวนเที่ยวบินเข้าประเทศไทยโดยรวมเติบโต 5.8% ในไตรมาสสุดท้าย แต่การเติบโตช้ากว่าเป้าหมายและบางจุดหมายปลายทางในภูมิภาคที่ขยายตัวแรง เช่น เวียดนาม มาเลเซีย และจีน ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อการดึงผู้โดยสารเข้าสู่ประเทศไทย โดยเฉพาะตลาดหลักบางประเทศยังแสดงทิศทางอ่อนแอ
ตลาดต้นทางที่มีจำนวนเที่ยวบินสูงสุด 5 อันดับแรกของไทยตามข้อมูลประกอบด้วยจีน มาเลเซีย อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงทั้งเพิ่มและลดที่แตกต่างกัน รายละเอียดดังตาราง
| อันดับ | ประเทศต้นทาง | จำนวนเที่ยวบิน | การเปลี่ยนแปลง (%) |
|---|---|---|---|
| 1 | จีน | 13,035 | +21.6% |
| 2 | มาเลเซีย | 4,544 | +1.9% |
| 3 | อินเดีย | 5,344 | -4.6% |
| 4 | รัสเซีย | 1,408 | -22.5% |
| 5 | เกาหลีใต้ | 2,222 | -20.5% |
ความเสี่ยงต่อธุรกิจท้องถิ่นและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
การหดตัวของเที่ยวบินตรงเข้าเมืองท่องเที่ยวย่อมสะท้อนถึงจำนวนผู้มาเยือนที่อาจไม่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลเที่ยว ซึ่งจะกระทบต่อรายได้ของโรงแรม สิ่งอำนวยความสะดวก และบริการที่พึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะธุรกิจรายย่อยในชุมชนที่มีมาตรการรองรับจำกัด
นอกจากผลกระทบทางเศรษฐกิจแล้ว การพึ่งพาตลาดการบินเพียงบางภูมิภาคอาจทำให้การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไม่สมดุล ส่งผลต่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและการวางแผนการท่องเที่ยวของพื้นที่ หากนักท่องเที่ยวกระจุกตัวในพื้นที่ไม่กว้างพอ อาจสร้างแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการขยะ น้ำ และโครงสร้างพื้นฐานได้
แนวทางที่ผู้ประกอบการและหน่วยงานควรพิจารณา
- เร่งขยายตลาดต้นทางใหม่ ๆ และกระจายช่องทางการเดินทาง เช่น ส่งเสริมการเชื่อมต่อผ่านภูเก็ตหรือกรุงเทพฯ อย่างเป็นระบบ
- พัฒนาผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ลดการพึ่งพาจำนวนผู้มาเยือนเพียงอย่างเดียว
- ประสานงานระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อฟื้นฟูเส้นทางบินตรงและสร้างมาตรการสนับสนุนธุรกิจในช่วงไฮซีซั่น
ในระยะสั้น การติดตามสถิติการบินและพฤติกรรมการเดินทางจากตลาดสำคัญจะเป็นกุญแจเพื่อวางแผนปรับกลยุทธ์ของผู้ประกอบการ ส่วนการวางรากฐานการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนต้องเดินควบคู่กันไป เพื่อให้การฟื้นตัวของกระบี่ไม่เพียงแต่เพิ่มตัวเลขผู้มาเยือน แต่ยังรักษาคุณภาพทรัพยากรและความเป็นอยู่ของคนในชุมชน
ผู้เกี่ยวข้องในจังหวัดกระบี่ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่นจำเป็นต้องร่วมมือกันวางแนวทางรองรับผลกระทบ และเตรียมรับมือหากการเชื่อมต่อทางอากาศยังคงไม่กลับสู่ระดับก่อนหน้าอย่างรวดเร็ว