เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ณ สถานีขนส่งมหาสารคาม (อาคารเดิม) เทศบาลเมืองมหาสารคามได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับมหาวิทยาลัยชินวัตร เพื่อดำเนินโครงการวิจัยและทดลองใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัด โดยมีผู้แทนระดับท้องถิ่น ภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งสื่อมวลชนเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน
เป้าหมายและกรอบการศึกษาวิจัย
โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความเป็นไปได้ในการนำรถบัสไฟฟ้ามาให้บริการสาธารณะในจังหวัดมหาสารคาม ทั้งในด้านความเหมาะสมของเส้นทาง จุดจอดรับ–ส่งผู้โดยสาร ต้นทุนการดำเนินงาน และความต้องการของประชาชน โดยเทศบาลและมหาวิทยาลัยจะรวบรวมข้อมูลจากการทดลองจริงและความเห็นของผู้ทดลองใช้เพื่อนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลประกอบการตัดสินใจในอนาคต
การมีส่วนร่วมของประชาชนและการทดลองใช้งาน
ในการลงนามครั้งนี้ เทศบาลเปิดเผยว่าจะนำรถบัส EV มาจัดให้ประชาชนในจังหวัดร่วมทดลองโดยตรง เพื่อให้ผู้ใช้ได้สัมผัสประสบการณ์การเดินทางด้วยพลังงานสะอาดและให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการให้บริการ เช่น ความสะดวก ความปลอดภัย และความพึงพอใจ
“ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการผลักดันระบบขนส่งสาธารณะพลังงานสะอาดของจังหวัดมหาสารคาม... ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาวิจัยและทดลองใช้รถบัส EV เพื่อสำรวจความต้องการของประชาชน...”
คำกล่าวดังกล่าวมาจากนายภาคิน ติระพงศ์ไพบูลย์ นายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม ที่เน้นย้ำการเปิดเวทีให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นเพื่อนำข้อมูลมาวางแผนระบบขนส่งสาธารณะที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนในพื้นที่
ผู้เข้าร่วมและบทบาทหน่วยงาน
ในพิธีมีผู้แทนจากหน่วยงานหลายภาคส่วนเข้าร่วมเพื่อแสดงการสนับสนุนโครงการทั้งในเชิงนโยบายและวิชาการ ซึ่งรวมถึงรองผู้ว่าราชการจังหวัด ส.ส. เขต 1 และตัวแทนภาคเอกชน
| หน่วยงาน | บทบาท |
|---|---|
| เทศบาลเมืองมหาสารคาม | ผู้ประสานงานหลักด้านการบริหารพื้นที่และการรับฟังความเห็นประชาชน |
| มหาวิทยาลัยชินวัตร | ดำเนินงานวิจัยและประเมินผลการทดลองใช้งานรถบัส EV |
| หน่วยงานจังหวัดและภาคเอกชน | ให้การสนับสนุนด้านนโยบายและความเป็นไปได้เชิงเศรษฐกิจ |
ผลกระทบต่อเมืองและสิ่งแวดล้อม
การนำระบบขนส่งพลังงานไฟฟ้ามาใช้หากเป็นไปตามแผน จะช่วยลดมลภาวะทางอากาศและเสียงในเขตเมือง อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (MKM SMART CITY) ซึ่งเทศบาลระบุว่าจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน แต่ทั้งนี้ยังขึ้นอยู่กับผลการศึกษาด้านความคุ้มค่าและความต่อเนื่องของบริการ
สิ่งที่ประชาชนควรรู้และการมีส่วนร่วม
- เทศบาลจะเปิดรับความคิดเห็นและแบบสอบถามจากประชาชนเพื่อระบุความต้องการด้านเส้นทางและบริการ
- จะมีการจัดรอบทดลองให้ประชาชนรับบริการจริงก่อนนำเสนอผลการศึกษา
- ผลการทดลองและความเห็นของประชาชนจะถูกนำไปวิเคราะห์ด้านต้นทุน ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยก่อนการตัดสินใจลงทุนระยะยาว
สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมทดลองใช้งานหรือให้ความเห็น เทศบาลเมืองมหาสารคามได้เปิดช่องทางให้ประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญต่อการวางแผนว่าจังหวัดจะสามารถนำรถบัส EV มาให้บริการเชิงพาณิชย์ได้หรือไม่ และในรูปแบบใดที่จะเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และพฤติกรรมการเดินทางของคนในจังหวัด
การลงนาม MOU ครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกเชิงนโยบายที่แสดงให้เห็นทิศทางการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของมหาสารคาม หากการศึกษาและการทดลองให้ผลเป็นบวก อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการจัดการการเดินทางสาธารณะที่คำนึงถึงทั้งความสะดวกและสิ่งแวดล้อม
ทีมข่าวมหาสารคามรายงาน