คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ได้สรุปข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ในเกมฟุตบอลไทยลีก 1 คู่ระหว่าง ปัตตานี เอฟซี กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งแข่งขันเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2569 โดยมีการร้องเรียนจากสโมสรปัตตานีถึงเหตุการณ์สองจังหวะที่เกิดขึ้นในครึ่งหลัง และคณะกรรมการชี้ว่าการตัดสินของผู้ตัดสินสนามเป็นไปตามหลักกติกา
ปมจังหวะในกรอบเขตโทษ นาทีที่ 76
เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นในนาทีที่ 76 เมื่อผู้เล่นปัตตานี เอฟซี ล้มลงภายในกรอบเขตโทษหลังปะทะกับผู้เล่นบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทางฝ่ายปัตตานีร้องเรียนว่าควรได้รับลูกจุดโทษ แต่คณะกรรมการตรวจสอบแล้วเห็นว่า การสัมผัสเกิดขึ้นจากการเล่นปกติของคู่แข่งที่พยายามเตะบอลไปด้านหน้า โดยเท้าของฝ่ายคู่ต่อสู้สัมผัสพื้นก่อนปลายเท้าจะถึงลูกบอลและไม่สามารถชักเท้ากลับได้ทัน ทำให้เกิดการสัมผัสกันตามธรรมชาติของเกม
จังหวะที่สอง นาทีที่ 81 และการเรียก VAR
เหตุการณ์ที่สองเกิดขึ้นในนาทีที่ 81 ขณะที่ผู้เล่นบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดนอนบาดเจ็บริมสนามและมีการสัมผัสกับนักเตะปัตตานี คณะกรรมการแจ้งว่าผู้ตัดสินได้เรียกภาพจาก VAR ไปพิจารณา (On-field Review) ก่อนจะตัดสินใจให้เพียงใบเหลืองแก่ผู้เล่นบุรีรัมย์ โดยพบว่าการเคลื่อนไหวของผู้เล่นที่นอนคว่ำเป็นการยกมือในลักษณะป้องกันตัวหรือปัดการดึงเสื้อ ไม่ปรากฏเจตนาทำร้ายและไม่ได้กำหมัด
“ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง”
คณะกรรมการฯ สรุปว่าการตัดสินทั้งสองกรณีไม่เข้าข่ายความผิดกติกา จึงไม่มีการย้อนคำตัดสินให้เป็นจุดโทษหรือเพิ่มบทลงโทษเป็นใบแดง
บทลงโทษต่อกองเชียร์และเหตุความไม่สงบในสนาม
นอกจากการพิจารณาจังหวะในสนามแล้ว คณะกรรมการยังพิจารณาพฤติกรรมกองเชียร์ของสโมสรปัตตานี ซึ่งมีการตะโกนด่าตำหนิผู้ตัดสินด้วยถ้อยคำหยาบคายซ้ำสองครั้งบริเวณอัฒจันทร์ฝั่งตรงข้าม และหลังจบการแข่งขันมีกองเชียร์ขว้างก้อนน้ำแข็งลงบริเวณทางเข้า ทำให้ผู้ช่วยผู้ตัดสินได้รับผลกระทบ
ผลการลงโทษคณะกรรมการกำหนดบทปรับทางการเงินแก่กองเชียร์หรือสโมสร โดยระบุว่าเป็นการกระทำผิดซ้ำซ้อนจากกรณีที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
- เหตุการณ์ในสนาม — คณะกรรมการชี้ว่าการตัดสินกรรมการถูกต้อง
- การใช้ VAR — ดำเนินการตามแนวทาง VAR Protocol ในการตรวจสอบภาพ
- พฤติกรรมกองเชียร์ — ถูกปรับเงินเนื่องจากกระทำความผิดเชิงวินัย
สรุปการพิจารณาของคณะกรรมการชี้ให้เห็นถึงความพยายามในการยึดถือหลักเกณฑ์การตัดสินและการใช้เทคโนโลยีช่วยตัดสิน (VAR) เพื่อให้การตัดสินมีความชัดเจนและเป็นธรรม อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ความตึงเครียดของกองเชียร์ยังสะท้อนความจำเป็นที่สโมสรและผู้จัดการแข่งขันต้องร่วมมือกันเสริมมาตรการด้านความปลอดภัยและวินัยของแฟนบอลในสนาม
ผลกระทบต่อท้องถิ่นและแนวทางป้องกัน
สำหรับจังหวัดปัตตานี การแข่งขันฟุตบอลอาชีพเป็นกิจกรรมที่สร้างความร่วมมือและความภาคภูมิใจของชุมชน แต่ในเวลาเดียวกันการเกิดเหตุไม่สงบหรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอาจกระทบต่อภาพลักษณ์และความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงาน นอกเหนือจากบทลงโทษทางการเงินแล้ว เจ้าหน้าที่สโมสรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการประชาสัมพันธ์ข้อปฏิบัติของแฟนบอล และเพิ่มมาตรการควบคุมบริเวณทางเข้า-ออก รวมทั้งเตรียมการตอบโต้เหตุฉุกเฉินอย่างเป็นระบบ
คณะกรรมการวินัยย้ำว่าการใช้เครื่องมือช่วยตัดสินเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้ ซึ่งเป็นข้อมูลย้อนกลับที่สำคัญต่อสโมสรทั้งสองฝ่ายและแฟนบอลในการเข้าใจการตัดสินใจของผู้ตัดสินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง