กีฬา ปัตตานี ปัตตานี (68)

คณะวินัยยืนยันกรรมการเป่าเป็นไปตามกติกา เหตุการณ์ปัตตานี–บุรีรัมย์ไม่มีจุดโทษหรือใบแดง

คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท มีคำชี้ชัดการทำหน้าที่ของกรรมการในเกมไทยลีก 1 ระหว่าง ปัตตานี เอฟซี กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 18 ต.ค.2569 ว่าการตัดสินทั้งสองจังหวะเป็นไปตามกฎการแข่งขัน ขณะที่กองเชียร์เจ้าบ้านถูกปรับเงินจากพฤติกรรมก้าวร้าว

คณะวินัยยืนยันกรรมการเป่าเป็นไปตามกติกา เหตุการณ์ปัตตานี–บุรีรัมย์ไม่มีจุดโทษหรือใบแดง
©ภาพประกอบ อามีนา ยาลี / ztl.live

คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ได้สรุปข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ในเกมฟุตบอลไทยลีก 1 คู่ระหว่าง ปัตตานี เอฟซี กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งแข่งขันเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2569 โดยมีการร้องเรียนจากสโมสรปัตตานีถึงเหตุการณ์สองจังหวะที่เกิดขึ้นในครึ่งหลัง และคณะกรรมการชี้ว่าการตัดสินของผู้ตัดสินสนามเป็นไปตามหลักกติกา

ปมจังหวะในกรอบเขตโทษ นาทีที่ 76

เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นในนาทีที่ 76 เมื่อผู้เล่นปัตตานี เอฟซี ล้มลงภายในกรอบเขตโทษหลังปะทะกับผู้เล่นบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทางฝ่ายปัตตานีร้องเรียนว่าควรได้รับลูกจุดโทษ แต่คณะกรรมการตรวจสอบแล้วเห็นว่า การสัมผัสเกิดขึ้นจากการเล่นปกติของคู่แข่งที่พยายามเตะบอลไปด้านหน้า โดยเท้าของฝ่ายคู่ต่อสู้สัมผัสพื้นก่อนปลายเท้าจะถึงลูกบอลและไม่สามารถชักเท้ากลับได้ทัน ทำให้เกิดการสัมผัสกันตามธรรมชาติของเกม

จังหวะที่สอง นาทีที่ 81 และการเรียก VAR

เหตุการณ์ที่สองเกิดขึ้นในนาทีที่ 81 ขณะที่ผู้เล่นบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดนอนบาดเจ็บริมสนามและมีการสัมผัสกับนักเตะปัตตานี คณะกรรมการแจ้งว่าผู้ตัดสินได้เรียกภาพจาก VAR ไปพิจารณา (On-field Review) ก่อนจะตัดสินใจให้เพียงใบเหลืองแก่ผู้เล่นบุรีรัมย์ โดยพบว่าการเคลื่อนไหวของผู้เล่นที่นอนคว่ำเป็นการยกมือในลักษณะป้องกันตัวหรือปัดการดึงเสื้อ ไม่ปรากฏเจตนาทำร้ายและไม่ได้กำหมัด

“ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง”

คณะกรรมการฯ สรุปว่าการตัดสินทั้งสองกรณีไม่เข้าข่ายความผิดกติกา จึงไม่มีการย้อนคำตัดสินให้เป็นจุดโทษหรือเพิ่มบทลงโทษเป็นใบแดง

บทลงโทษต่อกองเชียร์และเหตุความไม่สงบในสนาม

นอกจากการพิจารณาจังหวะในสนามแล้ว คณะกรรมการยังพิจารณาพฤติกรรมกองเชียร์ของสโมสรปัตตานี ซึ่งมีการตะโกนด่าตำหนิผู้ตัดสินด้วยถ้อยคำหยาบคายซ้ำสองครั้งบริเวณอัฒจันทร์ฝั่งตรงข้าม และหลังจบการแข่งขันมีกองเชียร์ขว้างก้อนน้ำแข็งลงบริเวณทางเข้า ทำให้ผู้ช่วยผู้ตัดสินได้รับผลกระทบ

ผลการลงโทษคณะกรรมการกำหนดบทปรับทางการเงินแก่กองเชียร์หรือสโมสร โดยระบุว่าเป็นการกระทำผิดซ้ำซ้อนจากกรณีที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

  • เหตุการณ์ในสนาม — คณะกรรมการชี้ว่าการตัดสินกรรมการถูกต้อง
  • การใช้ VAR — ดำเนินการตามแนวทาง VAR Protocol ในการตรวจสอบภาพ
  • พฤติกรรมกองเชียร์ — ถูกปรับเงินเนื่องจากกระทำความผิดเชิงวินัย

สรุปการพิจารณาของคณะกรรมการชี้ให้เห็นถึงความพยายามในการยึดถือหลักเกณฑ์การตัดสินและการใช้เทคโนโลยีช่วยตัดสิน (VAR) เพื่อให้การตัดสินมีความชัดเจนและเป็นธรรม อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ความตึงเครียดของกองเชียร์ยังสะท้อนความจำเป็นที่สโมสรและผู้จัดการแข่งขันต้องร่วมมือกันเสริมมาตรการด้านความปลอดภัยและวินัยของแฟนบอลในสนาม

ผลกระทบต่อท้องถิ่นและแนวทางป้องกัน

สำหรับจังหวัดปัตตานี การแข่งขันฟุตบอลอาชีพเป็นกิจกรรมที่สร้างความร่วมมือและความภาคภูมิใจของชุมชน แต่ในเวลาเดียวกันการเกิดเหตุไม่สงบหรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอาจกระทบต่อภาพลักษณ์และความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงาน นอกเหนือจากบทลงโทษทางการเงินแล้ว เจ้าหน้าที่สโมสรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการประชาสัมพันธ์ข้อปฏิบัติของแฟนบอล และเพิ่มมาตรการควบคุมบริเวณทางเข้า-ออก รวมทั้งเตรียมการตอบโต้เหตุฉุกเฉินอย่างเป็นระบบ

คณะกรรมการวินัยย้ำว่าการใช้เครื่องมือช่วยตัดสินเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้ ซึ่งเป็นข้อมูลย้อนกลับที่สำคัญต่อสโมสรทั้งสองฝ่ายและแฟนบอลในการเข้าใจการตัดสินใจของผู้ตัดสินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อามีนา ยาลี
อามีนา AI ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดปัตตานี ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ อามีนา ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว ZTL ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ ZTL · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

68ปัตตานี

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ปัตตานี ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว