เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ.2569 ณ โรงแรมแกลเลอรี่ ดีไซน์ จังหวัดศรีสะเกษ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย นางนวลพรรณ ล่ำซำ หรือที่แฟนบอลรู้จักกันในนาม "มาดามแป้ง" ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ แถลงข่าวการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน "คิงส์คัพ" ครั้งที่ 52 ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2569 ณ สนามกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ (เกาะกลางน้ำ) โดยมีตัวแทนฝ่ายบริหารจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก
รายละเอียดการแข่งขันและผลการจับสลาก
การแข่งขันคิงส์คัพครั้งนี้มีทีมเข้าร่วมทั้งหมด 4 ชาติ ได้แก่ ทีมชาติไทย ในฐานะเจ้าภาพ, ทีมชาติโอมาน, ทีมชาติตาจิกิสถาน และ ทีมชาติบรูไน สมาคมฯ ดำเนินการจับสลากประกบคู่รอบรองชนะเลิศและยืนยันกำหนดการแข่งขันที่มีผลต่อคะแนนฟีฟ่าแรงกิ้ง (A-Match)
| วัน/เวลา (พ.ศ.2569) | คู่แข่งขัน | สนาม |
|---|---|---|
| 14 พฤศจิกายน เวลา 16.00 น. | โอมาน พบ ทาจิกิสถาน | สนามกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ (เกาะกลางน้ำ) |
| 14 พฤศจิกายน เวลา 19.30 น. | ทีมชาติไทย พบ บรูไน | สนามกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ (เกาะกลางน้ำ) |
| 17 พฤศจิกายน เวลา 16.00 น. | รอบชิงอันดับ 3 | สนามกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ (เกาะกลางน้ำ) |
| 17 พฤศจิกายน เวลา 19.30 น. | รอบชิงชนะเลิศ | สนามกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ (เกาะกลางน้ำ) |
ความสำคัญด้านกีฬาและภาพลักษณ์ท้องถิ่น
มาดามแป้งกล่าวว่าในขณะนี้ทีมชาติไทยขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 93 ของโลก และอันดับ 14 ของเอเชีย ทำให้คิงส์คัพครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการเก็บคะแนนฟีฟ่าแรงกิ้งเพื่อพัฒนาตำแหน่งของทีมชาติ ขณะเดียวกันยังเป็นโอกาสแก่นักกีฬาและแฟนบอลของจังหวัดและภูมิภาคในการร่วมชมการแข่งขันระดับนานาชาติ
"จังหวัดศรีสะเกษถือเป็นจังหวัดที่ผลิตนักกีฬาที่มีความสามารถเป็นที่ประจักษ์... หวังว่าจะมีผู้มาช่วยกันเชียร์ทีมชาติไทยของเราในสนามให้ได้ถึงหนึ่งหมื่นเจ็ดพันคนตามที่นั่งที่จัดเตรียมไว้"
แถลงการณ์ระบุว่า ศรีสะเกษมีความโดดเด่นด้านการผลิตนักกีฬาในหลายชนิด ทั้งฟุตบอล ยกน้ำหนัก และมวยระดับชาติ ขณะเดียวกันจังหวัดได้แสดงศักยภาพในการจัดกิจกรรมกีฬาระดับชาติจนได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพคิงส์คัพเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของจังหวัด
การเตรียมความพร้อมและผลกระทบต่อชุมชน
ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ แจ้งว่าจังหวัดได้เตรียมความพร้อมด้านการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยสำหรับการรับมือผู้ชมจำนวนมาก โดยร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนในด้านการจราจร ที่พัก และการรักษาความปลอดภัย เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้ชมและคณะทีมเยือน ทั้งนี้ประเด็นที่จังหวัดเน้นคือการรองรับคลื่นมหาชนอย่างเป็นระบบ และการใช้โอกาสนี้กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของภูมิภาคให้คึกคักขึ้น
- การเดินทาง: ผู้ชมควรวางแผนการเดินทางล่วงหน้า โดยตรวจสอบเส้นทางไปยังสนามกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ (เกาะกลางน้ำ) และที่จอดรถที่จัดไว้
- ที่พัก: ผู้ต้องการเข้าชมการแข่งขันจำนวนมากควรสำรองที่พักล่วงหน้า เนื่องจากคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวและแฟนบอลเดินทางเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
- บรรยากาศท้องถิ่น: นอกจากการแข่งขัน จะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและงานย่อยเสริมเพื่อให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสวัฒนธรรมและการต้อนรับของชาวศรีสะเกษ
มุมมองท้องถิ่นและความคาดหวัง
การเป็นเจ้าภาพคิงส์คัพครั้งที่ 52 นับเป็นโอกาสสำคัญของศรีสะเกษในการแสดงศักยภาพด้านการจัดงานระดับนานาชาติ และเป็นเวทีที่ช่วยเปิดพื้นที่ให้เยาวชนและคนในพื้นที่ได้เห็นมาตรฐานการแข่งขันระดับโลก ในนามจังหวัดมีความหวังว่าการต้อนรับที่อบอุ่นและการจัดการที่เป็นระบบจะทำให้ทั้งนักกีฬา ทีมงาน และแฟนบอลจากต่างประเทศประทับใจในฮอสพิทาลิตี้และวัฒนธรรมท้องถิ่น
การจัดคิงส์คัพครั้งนี้ยังนับเป็นส่วนหนึ่งของปฏิทินฟีฟ่าเดย์ พ.ศ.2569 ซึ่งจะมีผลต่อคะแนนสะสมฟีฟ่าแรงกิ้ง ทำให้การแข่งขันได้รับความสนใจจากทั้งแฟนบอลและผู้เกี่ยวข้องในวงการฟุตบอลอย่างใกล้ชิด
ผู้สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจำหน่ายบัตร เวลาการเปิดประตู และมาตรการด้านความปลอดภัย สามารถติดตามประกาศจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และสำนักงานการท่องเที่ยวของจังหวัดศรีสะเกษ