วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ลงพื้นที่ให้ความรู้แก่ประชาชนที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลโกสุมพิสัย ตำบลหัวขวาง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม กิจกรรมครั้งนี้จัดภายใต้กรอบการดำเนินงานที่มุ่งสร้างความตระหนักรู้และเพิ่มภูมิคุ้มกันด้านไซเบอร์ให้กับชุมชนท้องถิ่น
ภาพรวมการลงพื้นที่และวัตถุประสงค์
การจัดกิจกรรมมีผู้บริหารท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนเข้าร่วมรับฟังรวมกว่า 100 คน การลงพื้นที่ครั้งนี้นำโดย พ.ต.อ.ชัยพันธุ์ ทัพวงษ์ รองผู้บังคับการกองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 และ พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ ผู้กำกับฝ่ายวิเคราะห์ข่าวของกองบังคับการเดียวกัน โดยเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. ที่เน้นการให้ความรู้ควบคู่กับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
สาเหตุการจัดเวที: เหตุฉวยโอกาสหลอกให้สแกนหน้าแลกเงิน
การจัดเวทีมีที่มาจากเหตุการณ์มิจฉาชีพชักชวนประชาชนในพื้นที่อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม ประมาณกว่า 60 ราย ให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ใช้บัตรประจำตัวประชาชนยืนยันตัวตน สแกนใบหน้า และเปลี่ยนซิมโทรศัพท์ โดยแลกกับค่าตอบแทนรายละ 500–1,000 บาท พฤติกรรมดังกล่าวเสี่ยงทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลยืนยันตัวตนถูกนำไปใช้ในทางมิชอบ เช่น การเปิดบัญชีธนาคารที่ไม่มีการใช้งานจริง หรือการลงทะเบียนซิมโทรศัพท์เพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด
การชี้แจงรูปแบบกลโกงและแนวทางสังเกต
เจ้าหน้าที่ได้อธิบายรูปแบบของกลลวงออนไลน์ที่พบในพื้นที่ พร้อมทั้งชี้แนวทางการสังเกตสัญญาณเตือน เช่น ผู้เสนอผลตอบแทนสูงโดยไม่ขอข้อมูลที่จำเป็นหรืออธิบายเหตุผลชัดเจน ถูกชักชวนให้ลงทะเบียนบัญชีหรือซิมแทนผู้อื่น ข้อเสนอให้สแกนใบหน้าแลกเงิน และการขอส่งข้อมูลยืนยันตัวตนผ่านแอปที่ไม่น่าเชื่อถือ
- ห้ามให้ บัตรประชาชนหรือสแกนหน้าแก่บุคคลอื่นเพื่อแลกกับเงินหรือผลประโยชน์ชั่วคราว
- อย่าเปิดบัญชี หรือช่วยลงทะเบียนซิมโทรศัพท์แทนผู้อื่น
- ตรวจสอบแหล่งที่มา ของแอปพลิเคชันหรือการติดต่อที่ขอข้อมูลยืนยันตัวตน
- แจ้งเจ้าหน้าที่ หากสงสัยการชวนให้ทำรายการที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล
การป้องกันระดับชุมชนและบทบาทผู้นำ
หน่วยงานที่ลงพื้นที่เน้นย้ำการทำงานร่วมกับผู้นำชุมชนในการเผยแพร่ความรู้สู่ครัวเรือนและเครือญาติ เพื่อลดความเสี่ยงให้ประชาชนในพื้นที่ไม่ตกเป็นเครื่องมือของขบวนการมิจฉาชีพโดยไม่รู้ตัว เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือให้ผู้นำชุมชนช่วยสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังภัยไซเบอร์ในพื้นที่
คำแนะนำสำหรับประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบ
สำหรับผู้ที่อาจเคยให้ข้อมูลหรือสแกนใบหน้า เจ้าหน้าที่แนะนำให้ตรวจสอบรายการบัญชีธนาคารและการลงทะเบียนซิม หากพบความผิดปกติควรรีบแจ้งธนาคารและผู้ให้บริการโทรคมนาคม รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันการถูกนำข้อมูลไปใช้ในทางทุจริต
| ปัญหา | ความเสี่ยง | มาตรการแนะนำ |
|---|---|---|
| สแกนใบหน้าและใช้บัตรประชาชน | ข้อมูลชีวมิติถูกใช้ยืนยันตัวตนในบัญชีอื่น | ไม่ให้สแกนหรือส่งภาพบัตรแก่ผู้อื่น ตรวจสอบแอป |
| เปลี่ยนซิมให้ผู้อื่น | ซิมถูกใช้เป็นช่องทางกระทำความผิด | ไม่ลงทะเบียนซิมแทนผู้อื่น แจ้งผู้ให้บริการ |
| เปิดบัญชีแทนคนอื่น | บัญชีม้าใช้ฟอกเงิน/ลำเลียงทรัพย์ | ปฏิเสธการเปิดบัญชีแทน ประสานธนาคารหากมีความเสี่ยง |
การประชาสัมพันธ์ความรู้เกี่ยวกับภัยไซเบอร์ในระดับชุมชนถือเป็นหนึ่งในแนวทางที่เจ้าหน้าที่เน้นย้ำเพื่อป้องกันปัญหาเชิงโครงสร้างที่อาจลุกลามเป็นการกระทำความผิดในวงกว้าง หากพบการชักชวนที่มีลักษณะให้ผลตอบแทนเพื่อแลกกับการให้ข้อมูลยืนยันตัวตนหรือการลงทะเบียนซิม ขอให้ประชาชนตั้งข้อสงสัยและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที
เหตุการณ์ในพื้นที่อำเภอแกดำที่มีผู้ถูกชักชวนหลายสิบรายสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการเพิ่มการตรวจตราและให้ความรู้ในชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ประชาชนตกเป็นเครื่องมือของขบวนการมิจฉาชีพโดยไม่รู้ตัว