เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่บริเวณสะพานนริศ ริมเขื่อนแม่น้ำตาปี เพื่อจัดระเบียบกลุ่มคนเร่ร่อนที่อาศัยอยู่และใช้พื้นที่สวนสาธารณะเป็นที่พักอาศัย โดยมีหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติการได้แก่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พม.), ฝ่ายปกครอง, เจ้าหน้าที่เทศกิจ, ตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การดำเนินการในพื้นที่
การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีผู้เร่รอนประมาณ 10 คน ใช้พื้นที่ริมน้ำเป็นที่นอนพัก โดยสภาพบริเวณดังกล่าวมีทั้งกลิ่นปัสสาวะและสิ่งปฏิกูลกระจายอยู่ ทางเจ้าหน้าที่ได้เชิญผู้ที่สมัครใจไปยัง ศูนย์คนไร้ที่พึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อรับการช่วยเหลือ ส่วนผู้ที่ไม่สมัครใจอ้างว่าอาศัยอยู่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานสายตรวจแต่ละพื้นที่นำตัวกลับไปส่งที่ภูมิลำเนา และบางรายถูกนำตัวไปตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด
มาตรการฟื้นฟูและป้องกันซ้ำ
นายกมล มีชัยพัฒนกิจ รองนายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า หลังการย้ายผู้เร่ร่อน เจ้าหน้าที่จะดำเนินการล้างทำความสะอาดบริเวณศาลาที่พักและพื้นที่โดยรอบ พร้อมจัดชุดเทศกิจและตำรวจออกตรวจเพื่อกวดขันไม่ให้กลุ่มคนกลับมายึดพื้นที่ซ้ำอีก นอกจากนี้ยังมีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานเพื่อให้การช่วยเหลือด้านสังคมและการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง
คำสั่งจากผู้ว่าราชการจังหวัด
ในที่ประชุมปฏิบัติการ นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้สั่งการให้เร่งรัดการนำตัวผู้เร่ร่อนออกจากพื้นที่สาธารณะ และส่งไปยังศูนย์คนไร้ที่พึ่ง รวมทั้งให้กวดขันไม่ให้มีการเร่ร่อนและอาศัยบริเวณเขื่อนแม่น้ำตาปีอีก เพราะเป็นพื้นที่พักผ่อน ออกกำลังกาย และเป็นจุดต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เป็นหน้าตาของจังหวัด
ผลกระทบต่อชุมชนและนักท่องเที่ยว
การยึดพื้นที่สวนสาธารณะโดยกลุ่มคนเร่ร่อนสร้างปัญหาด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย ทั้งกลิ่นไม่พึงประสงค์ ขยะ และสิ่งปฏิกูลที่กระทบต่อผู้ใช้บริการพื้นที่สาธารณะ เด็ก ผู้สูงอายุ และนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังทำให้กิจกรรมออกกำลังกายและการพักผ่อนของประชาชนชะงักลง ซึ่งเป็นความกังวลของชุมชนริมฝั่งและผู้ประกอบการในพื้นที่
การบูรณาการด้านสังคม
มาตรการที่จังหวัดนำมาปฏิบัติเป็นการผสมผสานระหว่างการบังคับใช้กฎหมาย การให้การช่วยเหลือทางสังคม และการฟื้นฟูพื้นที่ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องติดตามสภาพปัญหาในระยะยาว ทั้งการช่วยฟื้นฟูผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต การบำบัดผู้เสพติด และการจัดหาที่พักอาศัยชั่วคราวหรือการคืนสู่ชุมชนอย่างมีศักดิ์ศรี
- หน่วยงานนำปฏิบัติ: พม., ฝ่ายปกครอง, ตำรวจ, เทศกิจ
- มาตรการหลัก: นำผู้สมัครใจส่งศูนย์คนไร้ที่พึ่ง, ส่งกลับภูมิลำเนา, ตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด
- มาตรการพื้นที่: ทำความสะอาดและกวดขันไม่ให้ยึดพื้นที่ซ้ำ
| หน่วยงาน | บทบาท |
|---|---|
| เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี | จัดระเบียบพื้นที่และทำความสะอาด |
| พม.จังหวัด | รับผู้สมัครใจเข้าศูนย์คนไร้ที่พึ่ง |
| ตำรวจภูธรเมือง | ควบคุมการระงับเหตุและส่งผู้ที่อ้างภูมิลำเนากลับ |
ข้อเสนอเชิงนโยบายและการมีส่วนร่วมของชุมชน
การจัดระเบียบเป็นเพียงจุดเริ่มต้น การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระยะยาวจากภาครัฐ องค์กรเอกชน และชุมชนท้องถิ่น เช่น การพัฒนาบริการดูแลผู้ไร้ที่พึ่ง ระบบส่งต่อที่มีประสิทธิภาพ และเครือข่ายอาสาสังคมเพื่อช่วยติดตามผลหลังการนำผู้เร่ร่อนออกจากพื้นที่
สำหรับประชาชนที่ใช้พื้นที่ริมน้ำเป็นประจำ ควรร่วมกันแจ้งหน่วยงานท้องถิ่นเมื่อพบการยึดพื้นที่หรือปัญหาสุขอนามัย เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีและรักษาภาพลักษณ์ของพื้นที่สาธารณะซึ่งเป็นทรัพยากรร่วมของชุมชน
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ทั้งผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือและประชาชนทั่วไปได้รับประโยชน์ร่วมกัน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้ปัญหากลับมาเป็นซ้ำ