ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา นำถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบภัย
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2569 ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ลงพื้นที่อำเภอราชสาส์น เพื่อส่งมอบถุงยังชีพพระราชทานจากมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก” แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ พร้อมติดตามมาตรการช่วยเหลือและการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยของผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน
การลงพื้นที่มีผู้ร่วมปฏิบัติหน้าที่จากหน่วยงานในจังหวัดหลายฝ่าย อาทิ นายกเหล่ากาชาดจังหวัด ฉะเชิงเทรา ปลัดจังหวัด นายอำเภอราชสาส์น และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยกิจกรรมมอบถุงยังชีพจัดขึ้น ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอราชสาส์น เพื่อให้ความช่วยเหลือครอบคลุมทั้งด้านการดำรงชีพ สุขอนามัย และการดูแลสัตว์เลี้ยงในครัวเรือน
รายการสิ่งของช่วยเหลือและการกระจาย
การให้ความช่วยเหลือครั้งนี้ประกอบด้วยถุงยังชีพและชุดอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อลดผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้ประสบภัย โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดเตรียมสิ่งของจำนวนหนึ่งเพื่อส่งต่อถึงครัวเรือนในพื้นที่
| รายการ | จำนวน |
|---|---|
| ถุงยังชีพพระราชทาน | 200 ชุด |
| ถุงยังชีพพระราชทานสำหรับพระสงฆ์ | 10 ชุด |
| อาหารสัตว์เลี้ยง | 1 กระสอบ (น้ำหนัก 20 กิโลกรัม) |
| ชุดสุขอนามัย | 100 ชุด |
ลงพื้นที่ติดตามการซ่อมแซมฟื้นฟูและศูนย์พักพิง
หลังการมอบถุงยังชีพ คณะผู้ว่าราชการจังหวัดได้ตรวจเยี่ยมโครงการ “ซ่อมสร้างสุข ช่วยผู้ประสบภัย” ณ องค์การบริหารส่วนตำบลบางคา เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม โดยให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยเพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติ
คณะยังเดินทางไปเยี่ยมศูนย์พักพิงชั่วคราวที่วัดหินดาษ เพื่อพบปะและมอบถุงยังชีพพระราชทานแก่ผู้ที่ยังพักอาศัยอยู่ในศูนย์ เพื่อบรรเทาความทุกข์และสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้เดือดร้อนจากเหตุการณ์น้ำท่วม
- เยี่ยมเยียนครัวเรือนกลุ่มเปราะบางที่หมู่ที่ 8 ตำบลดงน้อย เพื่อมอบความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด
- มอบถุงยังชีพสำหรับพระสงฆ์เพื่อดูแลกลุ่มศาสนิกชนในชุมชน
- จัดชุดสุขอนามัยเพื่อป้องกันโรคที่อาจเกิดตามมาในสถานการณ์น้ำท่วม
การให้ความช่วยเหลือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและส่งต่อกำลังใจแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
การเร่งส่งมอบความช่วยเหลือในลักษณะลงถึงชุมชนและครัวเรือน จะช่วยให้หน่วยงานสามารถประเมินความต้องการจริงของประชาชนในพื้นที่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งด้านอาหาร เครื่องใช้จำเป็น สุขอนามัย และการดูแลสัตว์เลี้ยงที่เป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีพของครัวเรือนบางกลุ่ม
สำหรับการจัดการซากและสิ่งปฏิกูลจากเหตุการณ์น้ำท่วม หน่วยงานท้องถิ่นได้ร่วมกับอาสาสมัครและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการประสานงานเพื่อจัดพื้นที่กำจัดของเสียอย่างปลอดภัยและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมหลังน้ำลด โดยมุ่งเน้นป้องกันผลกระทบด้านสาธารณสุขตามมา
การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือของหน่วยงานราชการและภาคประชาสังคมในการใช้ทรัพยากรจากมูลนิธิและหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงมือประชาชนอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการให้ความสำคัญแก่กลุ่มเปราะบางที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เพื่อให้การฟื้นฟูครอบคลุมและยั่งยืน
ประชาชนที่ได้รับถุงยังชีพและผู้พักอาศัยในศูนย์พักพิงจะยังคงต้องการการติดตามทั้งด้านซ่อมแซมที่อยู่อาศัย การฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ และมาตรการป้องกันโรคหลังน้ำท่วม ซึ่งหน่วยงานในจังหวัดจะต้องดำเนินงานต่อเนื่องเพื่อให้ชุมชนกลับสู่ภาวะปกติเร็วที่สุด