เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2569 จังหวัดเชียงใหม่จัดการประชุมรับมอบนโยบายจากนายกรัฐมนตรีในพิธีเปิดปฏิบัติการปราบปรามการถือครองที่ดินโดยบุคคลสวมสิทธิหรือที่เรียกว่านอมินี โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่และผู้บริหารระดับท้องถิ่นเข้าร่วมรับฟังผ่านการประชุมทางไกล พร้อมรับแนวปฏิบัติให้จังหวัดดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กรอบคำสั่งและตัวเลขสำคัญจากกรมที่ดิน
ระหว่างการแถลงนายสมชาย ลีหล้าน้อย อธิบดีกรมที่ดิน รายงานผลการตรวจสอบข้อมูลการถือครองที่ดินทั่วประเทศ โดยระบุว่า จากการสำรวจนิติบุคคลจำนวน 157,659 ราย พบกลุ่มที่เข้าข่ายเสี่ยงเบื้องต้น 14,151 ราย เมื่อคัดกรองกลุ่มที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน (BOI) ออกแล้ว เหลือที่ต้องตรวจสอบต่อ 13,088 ราย ซึ่งเป็นฐานข้อมูลสำหรับการบูรณาการตรวจสอบในระดับจังหวัด
มาตรการสำคัญที่กรมที่ดินได้แจ้งให้ปฏิบัติ คือการตรวจสอบที่เข้มข้นก่อนการจดทะเบียน โดยเฉพาะกรณีการซื้อที่ดินด้วยเงินสดที่มีมูลค่าเกินเกณฑ์ และการตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินทุน รวมถึงการบันทึกคำรับรองกรณีคนไทยมีคู่สมรสต่างด้าว ตามมาตรา 74 ประมวลกฎหมายที่ดิน
ข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรีที่จังหวัดต้องนำไปปฏิบัติ
ในการมอบนโยบาย นายกรัฐมนตรีได้มอบข้อสั่งการสำคัญต่อผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสรุปเป็นหลัก ๆ ดังนี้
- ตรวจสอบกลุ่มเสี่ยงเป็นรายกรณี ให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลาที่กำหนดโดยจัดลำดับความสำคัญ
- บังคับจำหน่ายที่ดินและติดตามผลจริง เพื่อลดการสลับเปลี่ยนตัวผู้ถือครองหลังการดำเนินการ
- ประสานหน่วยงานเพื่อดำเนินคดีและมาตรการทางปกครอง หากพบเครือข่ายความผิดให้ส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
| ประเด็น | รายละเอียด |
|---|---|
| ฐานข้อมูลต้นทาง | นิติบุคคล 157,659 ราย พบกลุ่มเสี่ยงเบื้องต้น 14,151 ราย |
| หลังคัดกรอง BOI | เหลือที่ต้องตรวจสอบ 13,088 ราย |
| เป้าหมายเวลา | ให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2569 |
“ปราบปรามนอมินีอย่างจริงจัง เพื่อคืนความเป็นธรรมและปกป้องความมั่นคง”
ผลกระทบและการจัดงานในระดับจังหวัด
จังหวัดเชียงใหม่ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสำนักงานที่ดิน ส่วนราชการท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายมาร่วมรับมอบนโยบายและวางแผนปฏิบัติการ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเน้นว่าการแก้ไขปัญหานี้ต้องอาศัยการบูรณาการและการประสานงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติและสร้างความเป็นธรรมด้านการถือครองที่ดิน
การลงพื้นที่ตรวจสอบในระดับจังหวัดจะต้องอาศัยข้อมูลจากกรมที่ดินพร้อมทั้งการประเมินความเสี่ยงรายกรณี เพื่อให้สามารถใช้อำนาจตามกฎหมาย เช่น การเพิกถอนสิทธิ การบังคับจำหน่ายที่ดิน หรือการส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่มีอำนาจดำเนินคดีต่อไป
ประเด็นที่ท้องถิ่นและประชาชนควรรู้
การเพิ่มมาตรการตรวจสอบก่อนการจดทะเบียนอาจส่งผลให้การซื้อขายที่ดินในบางกรณีต้องใช้เวลามากขึ้น โดยเฉพาะการโอนด้วยเงินสดที่มีมูลค่าสูงหรือมีประเด็นเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงิน สำหรับประชาชนทั่วไป สิ่งที่ควรเตรียมเมื่อเกี่ยวข้องกับการโอนที่ดินคือหลักฐานแหล่งที่มาของเงิน รายได้ และเอกสารประกอบการทำธุรกรรมให้ครบถ้วนเพื่อลดปัญหาการถูกตรวจสอบย้อนหลัง
ฝ่ายผู้บริหารจังหวัดระบุว่าจุดประสงค์ของการปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ได้มุ่งหมายขัดขวางการลงทุนที่สุจริต แต่เป็นการป้องกันการใช้ช่องว่างทางกฎหมายเพื่อสวมสิทธิและเอื้อประโยชน์แก่ทุนที่ไม่โปร่งใส
ในขั้นถัดไป จังหวัดเชียงใหม่จะต้องจัดทำแผนการปฏิบัติร่วมกับสำนักงานที่ดินประจำจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปตามกรอบเวลาที่รัฐบาลกำหนด และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสลับเปลี่ยนตัวผู้ถือครองที่ดินหลังการบังคับจำหน่าย
แหล่งข่าวจากการประชุมเน้นว่า การดำเนินการต้องโปร่งใสและคำนึงถึงสิทธิของผู้ถือครองที่ชอบด้วยกฎหมายควบคู่ไปกับการใช้มาตรการทางกฎหมายกับผู้ที่กระทำผิด