เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ ตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสกัดจับคนต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง หลังสืบทราบการเคลื่อนย้ายบุคคลจากฝั่งลาวมาสู่ฝั่งไทยโดยใช้เรือข้ามแม่น้ำโขงและยานพาหนะบนถนนเลี่ยงเมืองหนองคาย-เวียงจันทน์
การจับกุมและการขยายผล
เจ้าหน้าที่พบรถกระบะต้องสงสัยขับผ่านบริเวณตำบลหนองกอมเกาะ อำเภอเมืองหนองคาย จึงเรียกตรวจ พบผู้ขับเป็นชายไทยและภายในรถมีชายชาวจีนจำนวนหนึ่ง เมื่อควบคุมตัวและขยายผลตรวจสอบห้องพักในโรงแรมตามที่ผู้ต้องหาให้การ พบชายชาวจีนเพิ่มเติมและชายสัญชาติลาวผู้ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นผู้ขับรถแท็กซี่
ผลการจับกุมเบื้องต้นมีผู้ถูกควบคุมตัวรวมทั้งหมด 10 ราย แยกเป็น:
- ชาวจีน 8 คน
- ชายไทย 1 คน (เป็นผู้ขับรถ)
- ชาวลาว 1 คน (อ้างเป็นผู้ขับแท็กซี่/ผู้นำทาง)
ของกลางและข้อสังเกต
เจ้าหน้าที่ตรวจยึดกระเป๋าสัมภาระพบโทรศัพท์มือถือหลายเครื่อง และหนังสือเดินทางของสาธารณรัฐประชาชนจีน 1 เล่มซึ่งไม่มีตราประทับเข้า-ออกประเทศ ทั้งนี้ผู้ต้องหาชาวจีนให้การวกวนผ่านล่ามและไม่เปิดเผยชื่อ-สกุลที่แน่ชัด ทำให้การตรวจสอบประวัติบุคคลและที่มาของการเดินทางต้องใช้เวลาขยายผลเพิ่มเติม
| รายการ | จำนวน/รายละเอียด |
|---|---|
| ผู้ต้องหา (รวม) | 10 ราย |
| ชาวจีน | 8 คน |
| หนังสือเดินทางจีนที่พบ | 1 เล่ม (ไม่มีตราประทับเข้า-ออก) |
| โทรศัพท์มือถือ (ของกลาง) | หลายเครื่อง |
พบหมายจับและการเชื่อมโยงเครือข่าย
จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหา พบว่ามี 1 ใน 8 ชายชาวจีน เป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดสุรินทร์ เมื่อปี พ.ศ. 2568 ในข้อหาลักลอบเข้าเมือง ซึ่งเคยถูกผลักดันกลับประเทศไปแล้ว แต่ยังลักลอบเดินทางกลับเข้ามา ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่าการลักลอบข้ามพรมแดนลักษณะนี้อาจมีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และเว็บพนันออนไลน์ เนื่องจากของกลางที่พบคือโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารและดำเนินการฉ้อโกงออนไลน์
ผลกระทบต่อความมั่นคงชายแดนและชุมชน
เหตุการณ์ลักลอบข้ามพรมแดนและการนำพาคนต่างด้าวมีผลกระทบหลายด้านต่อพื้นที่หนองคายซึ่งเป็นจุดเชื่อมระหว่างไทย-ลาว ทั้งด้านความมั่นคงสาธารณะ การค้ามนุษย์ การขยายตัวของกิจกรรมผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับระบบการเงินและโทรคมนาคม รวมถึงความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรคติดต่อหากการเข้า-ออกไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างเป็นระบบ
มาตรการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกองกำกับการตรวจคนเข้าเมืองหนองคายและหน่วยงานสนับสนุน ซึ่งมีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงให้เร่งรัดการสืบสวนและขยายผลไปยังต้นทาง-ปลายทางของเครือข่าย รวมทั้งการตรวจสอบผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการนำพาและที่พักชั่วคราว นอกจากนี้จะมีการประสานกับหน่วยงานฝั่งลาวตามช่องทางที่มีอยู่เพื่อป้องกันการลักลอบข้ามพรมแดนซ้ำ
คำแนะนำต่อประชาชนและหน่วยงานท้องถิ่น
- ประชาชนที่พบการเคลื่อนย้ายบุคคลต้องสงสัย ขอให้แจ้งหน่วยงานความมั่นคงทันที เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าไปเกี่ยวข้องกับการลักลอบและการค้ามนุษย์
- ผู้ประกอบการสถานที่พักต้องปฏิบัติตามกฎหมายการลงทะเบียนผู้เข้าพักและให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่เมื่อถูกขอความร่วมมือ
- หน่วยงานท้องถิ่นควรเสริมมาตรการตรวจสอบจุดผ่านแดนธรรมชาติและช่องทางลับ เช่น การเพิ่มการลาดตระเวนและการใช้เทคโนโลยีช่วยเฝ้าระวัง
คดีนี้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองหนองคายได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อสอบสวนอย่างละเอียดและจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยต้องเฝ้าระวังการขยายตัวของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่อาศัยช่องทางชายแดนและระบบสื่อสารดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการก่อเหตุ
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดหนองคาย, ZTL