เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ชุดสืบสวนตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนมนำกำลังลงพื้นที่ตรวจค้นร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งในอำเภอศรีสงคราม หลังสืบทราบว่ามีการนำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานโดยผิดกฎหมาย ผลการปฏิบัติการสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 9 ราย แยกเป็นนายจ้างชาวไทย 2 ราย และหญิงชาวลาว 7 ราย
การบูรณาการระหว่างหน่วยงาน
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปภายใต้การสั่งการและแนวทางของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งมอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศทำงานเชิงรุกเพื่อทลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและจัดระเบียบการพำนักของคนต่างด้าวในประเทศไทย
"มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ ตม. ทั่วประเทศ ทำงานสืบสวนเชิงรุก ทลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ"
การตรวจค้นในพื้นที่อำเภอศรีสงครามครั้งนี้หน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติได้แก่ ตม.จว.นครพนม, สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครพนม และ สถานีตำรวจภูธรศรีสงคราม โดยใช้สายลับแฝงตัวเข้าตรวจสอบก่อนส่งสัญญาณให้ชุดจับกุมเข้าตรวจค้นพร้อมกันในสองจุด
รายละเอียดผู้ถูกจับกุมและข้อหาที่ถูกกล่าวหา
เจ้าหน้าที่ควบคุมผู้ต้องหาได้รวม 9 คน แยกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ นายจ้างชาวไทย 2 ราย ถูกตั้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการรับคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตและการช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ส่วนอีก 7 รายเป็นหญิงชาวลาวที่มีสถานภาพแตกต่างกัน
| ประเภทผู้ต้องหา | จำนวน | สถานะ/ข้อหา |
|---|---|---|
| นายจ้างคนไทย | 2 ราย | รับคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต, ช่วยเหลือคนต่างด้าวที่ฝ่าฝืนกฎหมาย |
| หญิงชาวลาว (มีวีซ่าเข้า-ท่องเที่ยว) | 5 ราย | ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต (เข้าด้วยวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยว) |
| หญิงชาวลาว (ไม่มีเอกสาร) | 2 ราย | เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต; ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต |
รายชื่อและอายุของผู้ต้องหาบางรายที่ศาลจะพิจารณามีการบันทึกระบุไว้ในสำนวน แต่ชื่อตัวเต็มของผู้ต้องหาในส่วนที่เป็นนายจ้างมีการสงวนบางส่วนตามข้อมูลที่ได้รับจากเจ้าหน้าที่
ผลทางกฎหมายและการส่งตัวดำเนินคดี
หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรศรีสงครามเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งการรับคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต และข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกรณีของผู้ไม่มีเอกสารเดินทาง
ผลกระทบต่อท้องถิ่นและข้อพิจารณา
การกวาดล้างกิจการที่จ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายมีทั้งมิติด้านความปลอดภัยสาธารณะและเศรษฐกิจชุมชน ในพื้นที่ริมฝั่งโขงอย่างนครพนม การเคลื่อนไหวของแรงงานข้ามชาติส่งผลต่อธุรกิจบริการและแรงงานท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ระบุว่าการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาความสงบเรียบร้อยและกฎระเบียบการจ้างงาน
- การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายตรวจคนเข้าเมืองระดับประเทศ
- หน่วยงานท้องถิ่นร่วมมือกันทั้งฝ่ายความมั่นคงและแรงงาน
- ผู้ประกอบการอาจเผชิญความผิดหลายกระทงหากพบว่าจ้างแรงงานต่างด้าวโดยไม่ได้รับอนุญาต
เจ้าหน้าที่ย้ำว่า การดำเนินการเช่นนี้จะขยายผลไปยังจุดที่มีความเสี่ยงอื่น ๆ หากพบข้อมูลการจัดหาหรือว่าจ้างแรงงานต่างด้าวโดยผิดกฎหมาย หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจะยังคงติดตามและสืบสวนอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันไม่ให้พื้นที่เป็นแหล่งหลบซ่อนหรือเป็นฐานปฏิบัติการของการกระทำผิดข้ามชาติ
เหตุการณ์ในครั้งนี้แสดงให้เห็นการประสานงานของหลายหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดนครพนม เพื่อคุ้มครองการจ้างงานที่เป็นธรรมและรักษาความสงบเรียบร้อยในชุมชนชายฝั่งโขง