เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2569 กองกำลังเฉพาะกิจนาวิกโยธินประจำจังหวัดจันทบุรีปฏิบัติการลาดตระเวนบริเวณฐานปฏิบัติการยูคา พบสิ่งต้องสงสัยเป็นกล่องกระดาษ 2 กล่องวางทิ้งไว้ตามแนวชายแดนฝั่งไทยที่ติดกับพื้นที่ประเทศกัมพูชา เมื่อตรวจสอบภายในพบโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก จึงนำของกลางทั้งหมดเพื่อการตรวจสอบต่อไป
ผลตรวจเบื้องต้นและลักษณะของของกลาง
เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบโทรศัพท์มือถือรวมทั้งสิ้น 67 เครื่อง โดยจัดประเภทเบื้องต้นเป็นสองกลุ่มหลักคือเครื่องที่ยังมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับบัญชีและรหัสเข้าใช้งาน และเครื่องที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว
- โทรศัพท์ที่พบข้อมูลบัญชีธนาคารและรหัสแอพพลิเคชั่นภายในเครื่อง จำนวน 27 เครื่อง
- โทรศัพท์ที่เป็นเครื่องที่ผ่านการใช้งานแล้วอีกจำนวน 40 เครื่อง
เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่ามีความเป็นไปได้ที่อาจจัดเตรียมเพื่อส่งข้ามพรมแดนหรือเป็นสินค้าลักลอบ อีกทั้งข้อมูลที่พบภายในเครื่องบางส่วนอาจเชื่อมโยงกับการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
การประสานงานและขั้นตอนทางกฎหมาย
หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรีได้ประสานงานกับ สำนักงานศุลกากรจังหวัดจันทบุรี และสถานีตำรวจภูธรบ้านแปลง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ได้แก่ การเก็บหลักฐาน การตรวจพิสูจน์ซิมการ์ดและข้อมูลภายในเครื่อง รวมถึงการสอบสวนหาที่มาของโทรศัพท์ทั้งหมด เพื่อขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องต่อไป
โฆษกกองทัพเรือย้ำว่าหน่วยงานยังเพิ่มความเข้มงวดในมาตรการลาดตระเวนแนวชายแดน เพื่อป้องกันการลักลอบนำสินค้าและอุปกรณ์ที่อาจใช้ในการกระทำความผิดเข้ามาในประเทศไทย รวมถึงการสกัดกั้นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ๆ ทางไซเบอร์และการค้ามนุษย์
ความเสี่ยงด้านข้อมูลส่วนบุคคลและเศรษฐกิจท้องถิ่น
กรณีพบโทรศัพท์ที่มีข้อมูลบัญชีธนาคารและรหัสการเข้าถึงแอพฯ เป็นประเด็นร้ายแรง เนื่องจากอาจนำไปสู่การเข้าถึงทรัพย์สินหรือข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสียหาย หากถูกนำไปใช้ในทางทุจริตจะสร้างความเสียหายทั้งต่อบุคคลและธุรกิจท้องถิ่น ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในการใช้บริการอิเล็กทรอนิกส์และธนาคารออนไลน์
| รายการ | จำนวน (เครื่อง) |
|---|---|
| โทรศัพท์รวมที่พบ | 67 |
| มีข้อมูลบัญชี/รหัสภายในเครื่อง | 27 |
| เป็นเครื่องที่ผ่านการใช้งานแล้ว | 40 |
สำหรับภาคธุรกิจท้องถิ่น โดยเฉพาะร้านค้ารับซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และบริการซ่อมมือถือ จำเป็นต้องเพิ่มมาตรการตรวจสอบที่มาของสินค้าเพื่อป้องกันการรับซื้อของต้องสงสัยซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
แนวทางป้องกันและคำแนะนำแก่ประชาชน
เจ้าหน้าที่แนะนำให้ประชาชนระมัดระวังการเก็บข้อมูลสำคัญบนโทรศัพท์มือถือและเปิดใช้มาตรการป้องกัน เช่น การตั้งรหัสผ่านหน้าจอ การเปิดระบบยืนยันตัวตนสองขั้น และการสำรองข้อมูลอย่างปลอดภัย หากพบการสูญหายหรือการเข้าถึงข้อมูลที่ผิดปกติให้รีบแจ้งธนาคารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที
ขณะเดียวกันหน่วยงานความมั่นคงท้องถิ่นจะเพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนและตรวจค้นบริเวณแนวชายแดนอย่างต่อเนื่องเพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนของผิดกฎหมายและลดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในพื้นที่จันทบุรี
กรณีนี้ยังต้องรอการตรวจสอบเชิงลึกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในด้านนิติวิทยาศาสตร์ข้อมูล อาทิ การกู้คืนข้อมูลจากเครื่อง การตรวจสอบซิมและเครือข่ายที่เชื่อมต่อ รวมถึงการติดตามเส้นทางการลักลอบข้ามพรมแดนก่อนสรุปข้อเท็จจริงและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป