เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดพิจิตรดำเนินการล่อซื้อยาบ้าจำนวนหนึ่งจากผู้ต้องสงสัยในพื้นที่อำเภอเมืองพิจิตร ก่อนขยายผลตรวจค้นบ้านพักและตรวจยึดยาเสพติดจำนวนมากที่ซุกซ่อนฝังดินรอบบ้าน เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการจับกุมที่เปิดเผยเมื่อเจ้าหน้าที่ใช้เวลาสอบสวนและขยายผลก่อนนำข้อมูลแจ้งสื่อมวลชน
ล่อซื้อแล้วขยายผล พบยาบ้าฝังดินรอบบ้าน
ชุดปฏิบัติการสืบสวน ภ.จว.พิจิตร นำโดย พ.ต.ท.สุวสันต์ พิลาโสภา สว.กก.สืบสวน วางแผนใช้สายลับเข้าล่อซื้อยาบ้าจากผู้ต้องหา คือ "นายแขก บ้านบุ่ง" (นามสมมุติ) อายุ 48 ปี ซึ่งพักอาศัยหมู่ 1 ตำบลบ้านบุ่ง อำเภอเมืองพิจิตร (ซอยตรงข้ามสถานีรถไฟวังกรด)
สายลับนำเงินสด 4,000 บาท เข้าล่อซื้อยาบ้าจำนวน 400 เม็ด (อัตราที่สายลับจ่ายครั้งนั้นเท่ากับเม็ดละ 10 บาทตามการรายงาน) เมื่อมีการส่งมอบสินค้าตามนัดหมาย เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมตัวนายแขกได้ในที่เกิดเหตุ
ของกลางจำนวนมากซุกซ่อนในรั้วต้นเข็ม
ระหว่างการตรวจค้นภายในบ้าน เจ้าหน้าที่พบถุงและบรรจุภัณฑ์ที่บ่งชี้ถึงการซ่อนยาเสพติด ก่อนขุดตรวจบริเวณรั้วต้นเข็มโดยรอบบ้าน พบยาบ้าซุกซ่อนฝังดินใน 4 จุด รวมประมาณ 39,870 เม็ด ทำให้จำนวนของกลางรวมทั้งหมดที่ตรวจยึดได้มีประมาณ 40,270 เม็ด นอกจากนั้นยังยึดธนบัตรที่ใช้เป็นเงินล่อซื้อและโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ iPhone 17 สีดำ จำนวน 1 เครื่อง
เจ้าหน้าที่สรุปของกลางสำคัญได้แก่:
- ยาบ้าจากการล่อซื้อ จำนวน 400 เม็ด
- ยาบ้าซุกซ่อนฝังดิน บริเวณรั้วต้นเข็มรอบบ้าน จำนวนประมาณ 39,870 เม็ด
- ธนบัตรล่อซื้อ จำนวน 4,000 บาท
- โทรศัพท์มือถือ iPhone 17 สีดำ จำนวน 1 เครื่อง
| ของกลาง | จำนวน |
|---|---|
| ยาบ้าจากการล่อซื้อ | 400 เม็ด |
| ยาบ้าฝังดินรั้วต้นเข็ม | ประมาณ 39,870 เม็ด |
| รวมยาบ้าทั้งหมด | ประมาณ 40,270 เม็ด |
| ธนบัตรล่อซื้อ | 4,000 บาท |
| โทรศัพท์มือถือ | iPhone 17 สีดำ x1 |
ผู้ต้องหาให้การและประวัติ
ในการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้จำหน่ายยาบ้า 400 เม็ด ให้กับสายลับจริง แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ผู้ครอบครองยาบ้าที่พบฝังอยู่รอบบ้านและปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับของกลางชุดหลัง เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อคำให้การดังกล่าว เนื่องจากผู้ต้องหามีประวัติถูกจับและติดคุกมาก่อนแล้วถึง 2 ครั้ง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาในข้อหา "จำหน่ายและมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย" ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิจิตร ดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
ผลกระทบต่อชุมชนและแนวทางการป้องกัน
การตรวจยึดยาเสพติดจำนวนมากในพื้นที่ชุมชนเมืองพิจิตรครั้งนี้สะท้อนถึงเครือข่ายการค้าและการซุกซ่อนสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่อยู่อาศัย ซึ่งส่งผลต่อความปลอดภัยและภาพลักษณ์ชุมชน การบูรณาการระหว่างตำรวจท้องที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชนจึงเป็นประเด็นสำคัญในการป้องกันและปฏิบัติการเชิงรุก
สำหรับประชาชนในพื้นที่ที่พบเบาะแสการซื้อขายหรือการซุกซ่อนยาเสพติด ขอให้แจ้งข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือสายด่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้หน่วยงานสามารถตรวจสอบและดำเนินการได้ทันท่วงที
การจับกุมครั้งนี้เป็นตัวอย่างการใช้วิธีล่อซื้อร่วมกับการตรวจค้นเชิงลึก แต่ยังมีคำถามต่อการตรวจสอบแหล่งที่มาของยาที่พบฝังดินและบทบาทของผู้ต้องหาในเครือข่ายที่กว้างกว่า การติดตามผลคดีและการนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมจึงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองต่อไป