เมื่อเวลา 00.30 น. ของวันที่ 17 ตุลาคม พล.ต.อ.พลพีร์ สุวรรณฉวี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงและกรมการปกครอง นำกำลังฝ่ายปกครองเข้าตรวจสถานประกอบการประเภท KTV จำนวน 4 แห่ง ในพื้นที่อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง โดยการปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการสืบสวนของกรมการปกครองร่วมกับจังหวัดระยองพบพฤติการณ์ผิดปกติภายในสถานประกอบการบางแห่ง
ผลการตรวจและข้อสังเกต
จากการตรวจสอบเชิงบูรณาการ เจ้าหน้าที่พบหลักฐานเบื้องต้นที่ชี้ถึงการมีพฤติการณ์ค้าประเวณีแฝงในสถานประกอบการจำนวน 2 แห่ง นอกจากนี้ยังมีรายงานการให้บริการคาราโอเกะในห้องส่วนตัว พร้อมกับมีพนักงานหญิงให้บริการร่วมกับลูกค้า และมีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในสถานที่ ซึ่งกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการส่วนหนึ่งเป็นชาวต่างชาติ โดยมีความเกี่ยวข้องกับแรงงานหญิงสัญชาติ เวียดนาม ที่ปรากฏข้อมูลว่าให้บริการภายในสถานประกอบการ
ในการตรวจสอบพบอีกประการหนึ่งที่มีความสำคัญคือ สถานประกอบการทั้ง 4 แห่ง ไม่ได้มีการขออนุญาตเป็นสถานบริการตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 ซึ่งการดำเนินกิจการโดยไม่ขึ้นทะเบียนหรือไม่มีใบอนุญาตย่อมเป็นความผิดตามกฎหมายและส่งผลต่อการบังคับใช้กฎระเบียบด้านความปลอดภัยสาธารณะ
รายชื่อสถานประกอบการและข้อค้นพบ
| ชื่อสถานประกอบการ | ข้อค้นพบเบื้องต้น |
|---|---|
| Qing Ren KTV | พบพฤติการณ์ค้าประเวณีแฝง / ไม่มีใบอนุญาต |
| ซิงเหว่ KTV | พบพฤติการณ์ค้าประเวณีแฝง / ไม่มีใบอนุญาต |
| World Party KTV | ให้บริการคาราโอเกะห้องส่วนตัว / ไม่มีใบอนุญาต |
| Grand Hyatt KTV | จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ / ไม่มีใบอนุญาต |
ตารางดังกล่าวสรุปข้อเท็จจริงที่พบในเชิงเบื้องต้น ทั้งนี้ข้อมูลยังต้องได้รับการขยายผลและตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมก่อนดำเนินการทางคดีให้เสร็จสิ้น
แนวทางการดำเนินการของฝ่ายปกครอง
หลังการตรวจ พลพีร์สั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการขยายผลสอบสวนเพื่อหาผู้เกี่ยวข้องในทุกระดับ ตั้งแต่
- ผู้ดำเนินกิจการ
- ผู้จัดหาบุคคลและผู้ควบคุมกิจการ
- ผู้ให้ทุนและผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง
“ให้ขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่ผู้ดำเนินกิจการจนถึงผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง และตรวจสอบการมีส่วนร่วมของเจ้าหน้าที่รัฐ หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินทั้งทางวินัยและอาญา”
คำสั่งดังกล่าวสะท้อนมาตรการที่มุ่งมั่นในการสืบสวนเชิงลึก เพื่อไม่ให้เกิดการหลุดรอดของเครือข่ายที่อาจเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์หรือการเอาเปรียบแรงงานโดยผิดกฎหมาย
ความเสี่ยงต่อชุมชนและมาตรการป้องกัน
การดำเนินกิจการโดยไม่มีใบอนุญาตทำให้การบังคับใช้มาตรฐานด้านความปลอดภัยสุขอนามัย การตรวจคัดกรองแรงงาน และการเก็บภาษีไม่เกิดขึ้นอย่างถูกต้อง ซึ่งมีผลกระทบหลายด้านต่อชุมชน ได้แก่
- ความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรคติดต่อจากการบริการใกล้ชิด
- การบั่นทอนรายได้ภาษีท้องถิ่น
- การส่งเสริมกิจกรรมผิดกฎหมาย เช่น การค้ามนุษย์ และการฟอกเงิน
ฝ่ายปกครองระบุว่าการพิจารณาความผิดต้องอาศัยพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงตามองค์ประกอบของกฎหมาย ส่วนความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐหากพบการมีส่วนร่วมจะถูกดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญา
คำแนะนำต่อประชาชนและผู้ประกอบการ
ประชาชนควรเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสการกระทำผิดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานปกครองจังหวัด สถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ หรือสายด่วนของกรมการปกครอง สำหรับผู้ประกอบการที่มีสถานบริการ ควรตรวจสอบและดำเนินการขอใบอนุญาตตามกฎหมาย เพื่อให้กิจการสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและภาษี
การตรวจสอบครั้งนี้เป็นสัญญาณว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับการตรวจสอบสถานบริการที่อาจเป็นช่องทางของการกระทำผิด ทั้งในเชิงพาณิชย์และการละเมิดสิทธิมนุษย์ ซึ่งจำเป็นต้องติดตามผลการสืบสวนต่อไปเพื่อความชัดเจนของคดีและการป้องกันผลกระทบต่อชุมชนอย่างยั่งยืน
รัตติกาล ระยองศรี ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดระยอง, ZTL