แพทย์หญิงซึ่งดำรงตำแหน่งนายแพทย์ชำนาญการประจำโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์ยื่นร้องเรียนต่อสื่อมวลชนเมื่อเร็วๆ นี้ หลังจากได้รับข้อความและภาพในกลุ่มไลน์เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ที่มีเนื้อหาเข้าข่ายดูหมิ่น เหยียดหยาม และคุกคามทางเพศจากเจ้าหน้าที่ผู้หนึ่งซึ่งระบุว่าเป็นเจ้าพนักงานสาธารณสุขของอำเภอศีขรภูมิ
ผู้ร้องขอความเป็นธรรม-แจ้งความแล้วแต่หวั่นคดีล่าช้า
แพทย์หญิงผู้นี้ระบุว่าการเผยแพร่ข้อความและภาพดังกล่าวส่งผลกระทบทั้งต่อความเสียหายต่อชื่อเสียง ความอับอาย และต่อความสัมพันธ์ในการทำงานร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ ทำให้เธอทำหนังสือร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชา และเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนที่ สถานีตำรวจภูธรศีขรภูมิ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ก่อนหน้านั้นมีการลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจแห่งอื่นด้วย แต่เนื่องจากผู้ร้องมองว่าคดียังไม่มีความคืบหน้าตามที่คาดหวัง จึงขอให้สื่อช่วยติดตามความคืบหน้า
ตำรวจเรียกคู่กรณีสอบเพิ่ม ส่วน สสจ.ตั้งกรรมการตรวจสอบ
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม แพทย์หญิงได้เข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.ศีขรภูมิ เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม พนักงานสอบสวนระบุว่าไม่ได้เพิกเฉยต่อเรื่องดังกล่าว และได้เรียกคู่กรณีมาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
“จะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย”
ด้านนายแพทย์ยุทธนา วรรณโพธิ์กลาง ผู้ว่าราชการกระทรวงสาธารณสุขจังหวัด (สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์) เปิดเผยว่าทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้แล้ว และยืนยันว่าจะปฏิบัติต่อทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม หากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเด็ดขาด
ความคาดหวังของผู้ร้องและการตอบสนองของหน่วยงาน
ตามรายงาน ระบุว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายนิติกรของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่อำเภอศีขรภูมิ และคาดว่าจะมีผลสรุปเบื้องต้นภายใน 2-3 วัน อย่างไรก็ตาม มีเหตุการณ์ที่ญาติดูเหมือนพยายามไกล่เกลี่ยโดยมอบกระเช้าเข้าไปขอขมาในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ผู้ร้องเลือกที่จะไม่รับกระเช้านั้น และยืนยันว่าจะให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินต่อไปจนกว่าจะได้รับคำชี้แจงหรือการตอบสนองที่ชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ประเด็นสำคัญที่ชาวสุรินทร์ควรติดตาม
- การสอบสวนทางวินัย ของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขซึ่งเป็นข้าราชการท้องถิ่น
- ความคืบหน้าคดีอาญา ที่สถานีตำรวจภูธรศีขรภูมิและการรวบรวมพยานหลักฐาน
- การคุ้มครองพยานและผู้เสียหาย เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยไม่ถูกกดดันหรือได้รับผลกระทบจากการร้องเรียน
เหตุการณ์ลักษณะนี้สะท้อนปัญหาเชิงระบบที่เกี่ยวข้องกับวินัยจริยธรรมของบุคลากรสาธารณสุขและการบริหารจัดการความขัดแย้งในพื้นที่ ซึ่งยิ่งมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในการให้บริการสาธารณสุขท้องถิ่น หากไม่ได้รับการจัดการที่โปร่งใสและรวดเร็ว อาจบั่นทอนความสัมพันธ์การทำงานและคุณภาพการดูแลสุขภาพของชุมชน
สิ่งที่ควรรู้สำหรับผู้ได้รับผลกระทบ
สำหรับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการคุกคามทางเพศหรือการถูกละเมิดในสถานที่ทำงาน สิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมายรวมถึงการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน การร้องเรียนต่อหน่วยงานต้นสังกัด และการขอการคุ้มครองหรือคำปรึกษาทางกฎหมายเป็นช่องทางสำคัญ ขณะเดียวกันหน่วยงานที่รับผิดชอบต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดซ้ำ และให้ความเป็นธรรมทั้งกับผู้ถูกร้องเรียนและผู้ร้องเรียน
คดีนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ ทั้งการตรวจสอบข้อเท็จจริงทางวินัยและการรวบรวมพยานหลักฐานทางอาญา ผลสรุปของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเป็นตัวชี้ชะตาว่าจะมีการดำเนินการทางวินัยหรือกฎหมายใดๆ ต่อผู้เกี่ยวข้องหรือไม่ ซึ่งชาวสุรินทร์และบุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่กำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิด
| เหตุการณ์ | วันที่ (พ.ศ.) |
|---|---|
| เผยแพร่ข้อความ/ภาพในกลุ่มไลน์ | 2 กุมภาพันธ์ 2569 |
| แจ้งความที่ สภ.ศีขรภูมิ | 16 กุมภาพันธ์ 2569 |
| ให้ปากคำเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวน | 19 ตุลาคม (ปีที่รายงาน) |
ประชาชนที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หรือพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่หรือฝ่ายนิติกรของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนและการทำให้กระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างครบถ้วน
ข่าวความคืบหน้าในคดีนี้จะติดตามต่อและรายงานให้ประชาชนทราบเมื่อมีข้อมูลจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือคำสั่งทางวินัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง